9. น้ำกีวี

กีวี หรือ กีวีฟรุต (Kiwifruit) กีวี ชื่อวิทยาศาสตร์ : Actinidia chinensis เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดในประเทศจีน ต่อมามีผู้นำไปปลูกที่ประเทศนิวซีแลนด์และได้ทำการปรับปรุงพันธุ์ใหม่ทำให้กีวีมีรสชาติดีมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดและยังได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นกีวีตามชื่อของนกกีวีที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ (เดิมมีชื่อว่า Chinese gooseberry) สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้ามาปลูกเมื่อปี พ.ศ.2519 โดยปลูกมากที่จังหวัดเชียงใหม่ ดอยอ่างขาง และดอยขุนวาง โดยกีวีเป็นผลไม้ที่มีผลลักษณะรีรูปไข่ มีขนเล็กๆปกคลุมอยู่ทั่วผล มีเนื้อสีเขียว (แต่บางสายพันธุ์จะมีสีเหลือง) รสเปรี้ยวอมหวาน ชุ่มน้ำ เป็นผลไม้ที่เก็บไว้ได้นานถึงสองสัปดาห์ถ้าเก็บอย่างเหมาะสม (ในตู้เย็น)
>>ประโยชน์ต่อสุขภาพ
- มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
- มีวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ช่วยทำให้โครงสร้างผิวมีความแข็งแรง บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
- มีช่วยลดจุดด่างดำใต้ผิว แก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะการรับประทานกีวีช่วยให้อิ่มเร็ว ทำให้ไม่อ้วน
- มีโอเมก้า-3 ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้
- ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย
- ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น
- ช่วยให้คุณหลับง่ายและสบายมากขึ้น
- ช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
- ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด
- ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้
- ช่วยป้องกันลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจวาย
- ช่วยในเรื่องการแบ่งตัวของเซลล์ใหม่ จำเป็นอย่างมากสำหรับมารดาที่กำลังตั้งครรภ์
- ซิงค์จากกีวี เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นใช้สร้างฮอร์โมนเพศชาย
- ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันฟันผุมาก
- ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเส้นใยประสาท
- ช่วยซ่อมแซมเซลล์ DNA ที่ถูกทำลายจากกระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายของเราได้
- ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
- กีวีสีทองสามารถทำให้ร่างกายต่อสู้กับโรคไข้หวัดใหญ่ได้ดี
- ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้
- ไฟเบอร์ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยป้องกันโรคท้องผูก ช่วยให้ขับถ่ายอย่างสะดวกและสม่ำเสมอ
- ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัส
- ช่วยบรรเทาอาการอักเสบต่างๆในร่างกาย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น